วิธีรับสมัครงานบน LinkedIn คู่มือทีละขั้นตอน

⚠️ หน้านี้เชื่อมต่อคุณกับพันธมิตรและตลาดพันธมิตรของ Atovia เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันจากพันธมิตรสำหรับกิจกรรมที่ทำผ่านลิงก์เหล่านี้ ข้อเสนอส่วนลดอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามนโยบาย! มั่นใจได้ว่าไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคุณ! เราหวังว่านี่จะช่วยประหยัดเวลาของคุณในการค้นหาสินค้าที่เหมาะสม!

หลายคนลงประกาศรับสมัครงานบน LinkedIn แล้วได้ใบสมัครที่ไม่ตรงสาย หรือไม่ได้ใบสมัครเลย ทั้งที่ตำแหน่งเปิดอยู่จริง สาเหตุมักไม่ใช่ตัวแพลตฟอร์ม แต่เป็นการเตรียมตัวและการเขียนประกาศที่ยังไม่ชัดพอ

บทความนี้พาทำทีละขั้นตอน ตั้งแต่เตรียมข้อมูลตำแหน่ง ตั้งค่าหน้าบริษัท เขียนประกาศ ลงประกาศ ไปจนถึงคัดกรองผู้สมัครและปิดรับสมัคร พร้อมเปรียบเทียบวิธีฟรีกับแบบเสียเงินว่าเมื่อไรควรจ่าย

ข้อควรรู้ก่อนอ่าน: ฟีเจอร์ ราคา และขั้นตอนหน้าจอของ LinkedIn เปลี่ยนได้ตามภูมิภาคและเวลา ข้อมูลในบทความอ้างอิงจากหน้าทางการของ LinkedIn ณ เวลาที่เขียน ควรตรวจหน้าทางการอีกครั้งก่อนตัดสินใจ

ประเด็นสำคัญ
  • ประกาศงานฟรีลงได้ครั้งละหนึ่งตำแหน่ง และต้องผูกกับหน้าบริษัทบน LinkedIn
  • ประกาศฟรีเปิดได้สูงสุด 14 วันแล้วถูกพัก และปิดเองเมื่อครบ 30 วันหากไม่โปรโมต ทั้งยังมีเพดานใบสมัครโดยทั่วไป 10 ถึง 30 ใบ
  • ประกาศแบบโปรโมตตั้งงบรายวันหรืองบรวมได้ และจะหยุดเองเมื่อใช้งบครบ
  • ชื่อตำแหน่งที่ค้นเจอง่าย ช่วงเงินเดือน และรูปแบบการทำงานที่ชัดเจน ช่วยให้ได้ใบสมัครที่ตรงสายขึ้น
  • ข้อมูลผู้สมัครเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ต้องเก็บเท่าที่จำเป็นและดูแลตามหลัก PDPA

ทำไมต้องใช้ LinkedIn ในการหาคน

ผู้รับสมัครงานกำลังดูโปรไฟล์ผู้สมัครบนแพลตฟอร์มเครือข่ายมืออาชีพ

จุดเด่นของ LinkedIn คือโปรไฟล์ผู้สมัครแสดงประวัติการทำงาน ทักษะ และคอนเนกชันที่มีร่วมกันไว้ในที่เดียว ทำให้ประเมินความเหมาะสมเบื้องต้นได้เร็วกว่าอ่านเรซูเม่ทีละฉบับ นอกจากนี้ LinkedIn ยังแจ้งประกาศไปยังผู้ใช้ที่อาจสนใจ จึงเข้าถึงคนที่ไม่ได้เปิดหางานอยู่ตลอดเวลาได้ด้วย

ตำแหน่งที่มักเหมาะกับ LinkedIn คือตำแหน่งสายสำนักงานและสายวิชาชีพ เช่น การตลาด ขาย บัญชี ไอที และผู้จัดการ ส่วนตำแหน่งที่กลุ่มเป้าหมายไม่ค่อยใช้ LinkedIn เช่น งานปฏิบัติการหน้างานบางประเภท อาจได้ผลน้อยกว่า ข้อนี้เป็นข้อสังเกตทั่วไป ควรใช้ช่องทางอื่นควบคู่กัน

ผู้รับสมัครงานกำลังดูโปรไฟล์ผู้สมัครบนแพลตฟอร์มเครือข่ายมืออาชีพ

เตรียมความพร้อมก่อนเริ่มรับสมัคร

เช็กลิสต์เตรียมข้อมูลตำแหน่งก่อนลงประกาศ

การลงประกาศโดยยังตอบคำถามพื้นฐานไม่ได้ คือสาเหตุหลักที่ทำให้ได้ใบสมัครไม่ตรงสาย ลองเตรียมข้อมูลต่อไปนี้ให้ครบก่อนเปิดหน้าลงประกาศ

  • เป้าหมายตำแหน่ง: ตำแหน่งนี้ต้องแก้ปัญหาอะไรให้ทีม และอยากเห็นผลอะไรใน 3 เดือนแรก
  • งบประมาณ: ช่วงเงินเดือนที่ตกลงภายในแล้ว และงบโปรโมตประกาศ หากตั้งใจจะใช้
  • คุณสมบัติที่ต้องมี: แยกให้ชัดระหว่างข้อที่ขาดไม่ได้กับข้อที่มีก็ดี
  • เกณฑ์คัดเลือก: ตกลงล่วงหน้าว่าจะให้คะแนนอะไร เพื่อให้ทุกคนที่คัดกรองใช้มาตรฐานเดียวกัน
  • ผู้รับผิดชอบ: ระบุคนที่ดูแลประกาศ ตอบผู้สมัคร และนัดสัมภาษณ์
  • ช่องทางรับใบสมัคร: ตัดสินใจว่าจะรับผ่าน LinkedIn หรือผ่านเว็บไซต์ภายนอก

สร้างหน้าบริษัทและโปรไฟล์ผู้รับสมัครให้น่าเชื่อถือ

ปรับหน้าบริษัทและโปรไฟล์ผู้รับสมัครให้พร้อมก่อนเปิดรับ

LinkedIn ระบุว่าประกาศงานฟรีต้องผูกกับหน้าบริษัท (LinkedIn Page) ของคุณ และแนะนำให้ผูกประกาศกับหน้าบริษัทแม้เป็นแบบโปรโมต ผู้สมัครจำนวนมากจะเปิดดูหน้าบริษัทก่อนตัดสินใจสมัคร หน้าที่ว่างเปล่าจึงลดความน่าเชื่อถือทันที

เช็กลิสต์เตรียมข้อมูลตำแหน่งก่อนลงประกาศ
  • ใส่โลโก้และภาพปกที่ชัด ใช้ไฟล์คุณภาพดี
  • เขียนคำอธิบายบริษัทสั้น ๆ ว่าทำอะไร ใครคือลูกค้า และวัฒนธรรมการทำงานแบบไหน
  • ระบุสวัสดิการและรูปแบบการทำงานที่เป็นจริง
  • กำหนดผู้ดูแลหน้า (admin) ให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้ประกาศไปค้างกับคนที่ออกจากงานแล้ว
  • โพสต์อัปเดตบริษัทเป็นระยะ เพื่อให้หน้าดูมีชีวิต

สำหรับโปรไฟล์ส่วนตัวของผู้รับสมัคร ให้ใช้รูปที่ดูเป็นมืออาชีพ เขียนหัวข้อโปรไฟล์ให้บอกบทบาทและบริษัทชัดเจน และเขียนข้อความแนะนำตัวสั้น ๆ ว่ากำลังหาคนในสายใด เพราะผู้สมัครมักกดดูโปรไฟล์ผู้ลงประกาศก่อนตัดสินใจ หากคุณลิงก์โปรไฟล์ไว้กับประกาศ ให้อัปเดตโปรไฟล์ก่อนด้วย

เขียนรายละเอียดงานให้ดึงดูดผู้สมัครที่ใช่

เขียนรายละเอียดงานให้ชัดเจนและตรงกับสิ่งที่ต้องการจริง

ขั้นตอนลงประกาศของ LinkedIn จะแนะนำชื่อตำแหน่งที่ใช้กันทั่วไปให้ระหว่างพิมพ์ และ LinkedIn ระบุว่าการเลือกชื่อที่ระบบแนะนำช่วยให้ประกาศปรากฏในผลการค้นหาได้มากขึ้น แต่ก็ใส่ชื่อของตัวเองได้หากไม่มีในรายการ ชื่อที่ผู้สมัครพิมพ์ค้นจริงมักสั้นและเป็นมาตรฐาน เช่น “นักวิเคราะห์ข้อมูล” แทนชื่อภายในองค์กรที่ตั้งเอง

โครงสร้างประกาศที่แนะนำ

  1. ย่อหน้าแรก: บอกว่าตำแหน่งนี้ทำอะไรและทำให้ใคร
  2. หน้าที่หลัก 4 ถึง 6 ข้อ
  3. คุณสมบัติที่ต้องมี แยกจากคุณสมบัติที่มีก็ดี
  4. ช่วงเงินเดือน สวัสดิการ สถานที่ทำงาน และรูปแบบการทำงาน (ออฟฟิศ ไฮบริด หรือทำงานทางไกล)
  5. ขั้นตอนการคัดเลือกและระยะเวลาโดยประมาณ
ปรับหน้าบริษัทและโปรไฟล์ผู้รับสมัครให้พร้อมก่อนเปิดรับ

ตัวอย่างก่อนและหลังปรับ

ก่อนปรับ: “ต้องการผู้ช่วยฝ่ายขายที่ขยัน อดทน ทำงานภายใต้แรงกดดันได้”

หลังปรับ: “ดูแลลูกค้าองค์กรเดิม 20 ราย ประสานใบเสนอราคาและติดตามการต่อสัญญากับทีมขาย ต้องใช้ Excel ได้คล่องและสื่อสารภาษาอังกฤษทางอีเมลได้ ช่วงเงินเดือนตามที่ระบุ ทำงานไฮบริดสัปดาห์ละ 3 วัน”

ตัวอย่างข้างต้นเป็นข้อความสมมติเพื่ออธิบายหลักการ ให้เปลี่ยนตัวเลขและรายละเอียดตามตำแหน่งจริงของคุณ ประโยคหลังปรับช่วยให้ผู้สมัครตัดสินใจได้เร็วว่าตรงกับตัวเองหรือไม่

เขียนรายละเอียดงานให้ชัดเจนและตรงกับสิ่งที่ต้องการจริง

วิธีลงประกาศงานบน LinkedIn ทีละขั้นตอน

ลงประกาศงานทีละขั้นตอนบนหน้าลงประกาศของ LinkedIn

ขั้นตอนต่อไปนี้อ้างอิงหน้าช่วยเหลือของ LinkedIn ชื่อปุ่มและตำแหน่งอาจต่างจากที่แสดงบนหน้าจอของคุณ ให้ถือเป็นลำดับขั้นตอนกว้าง ๆ

  1. เข้าสู่ระบบด้วยบัญชีที่ดูแลหน้าบริษัท แล้วกดปุ่มลงประกาศงาน (หากมีสิทธิ์ จะเห็นตัวเลือกลงประกาศฟรี)
  2. ใส่ชื่อตำแหน่ง แล้วเลือกให้ Hiring Pro ช่วยร่างประกาศ หรือเลือกใช้รายละเอียดงานที่เขียนไว้เอง
  3. ตรวจรายละเอียดงาน ผูกประกาศกับหน้าบริษัท และใส่ข้อมูลสถานที่ รูปแบบงาน และประเภทการจ้าง
  4. ตั้งคำถามคัดกรองและเลือกวิธีจัดการผู้สมัครตามตัวเลือกบนหน้าจอ
  5. เลือกว่าจะโปรโมตประกาศโดยตั้งงบ หรือลงโดยไม่โปรโมต
  6. เมื่อเผยแพร่แล้ว ให้ดูรายการประกาศจากหน้างานหลักและแชร์ให้เครือข่าย
  7. เมื่อได้คนที่ใช่ ให้ปิดประกาศ ซึ่งลงประกาศตำแหน่งนี้ใหม่ได้ภายหลัง

หากองค์กรของคุณซื้อ Job Slots ผ่านสัญญาองค์กร ตามหน้าช่วยเหลือของ LinkedIn การลงประกาศจะทำผ่าน Recruiter ไม่ใช่จากหน้างานหลัก

ลงประกาศงานทีละขั้นตอนบนหน้าลงประกาศ

ตั้งคำถามคัดกรองและจัดการใบสมัคร

ตั้งคำถามคัดกรองเพื่อกรองผู้สมัครที่ไม่ตรงเงื่อนไขหลัก

LinkedIn มีเครื่องมือคำถามคัดกรองและการตั้งค่าปฏิเสธผู้สมัครที่ตอบไม่ตรงคำถามที่กำหนดว่าเป็นข้อบังคับ รวมถึงการส่งอีเมลแจ้งผู้สมัครผ่าน LinkedIn หรือเว็บไซต์ภายนอก ใช้ให้เป็นจะช่วยลดเวลาอ่านใบสมัครที่ไม่เกี่ยวข้องได้มาก

ตัวอย่างคำถามคัดกรองที่ใช้ได้

  • คุณมีประสบการณ์ในตำแหน่งนี้กี่ปี (เช่น น้อยกว่า 1 ปี, 1 ถึง 3 ปี, มากกว่า 3 ปี)
  • คุณสะดวกทำงานตามสถานที่และรูปแบบที่ระบุหรือไม่
  • คุณมีสิทธิ์ทำงานในประเทศที่รับสมัครหรือไม่
  • คุณพร้อมเริ่มงานภายในกี่วันหลังได้รับข้อเสนอ

ข้อควรระวัง: ตั้งเป็นข้อบังคับเฉพาะเงื่อนไขที่ขาดไม่ได้จริง เช่น สิทธิ์ทำงานหรือใบอนุญาต หากตั้งข้อบังคับมากเกินไป ระบบอาจปฏิเสธคนที่ศักยภาพดีแต่ตอบไม่ตรงตัวอักษร

ตั้งคำถามคัดกรองเพื่อกรองผู้สมัครที่ไม่ตรงเงื่อนไขหลัก

แจ้งเครือข่ายด้วยกรอบ #Hiring และโพสต์

กรอบ #Hiring บนโปรไฟล์ช่วยให้เครือข่ายเห็นว่ากำลังรับสมัครงาน

ตามหน้าช่วยเหลือของ LinkedIn เมื่อสร้างโพสต์ คุณเลือกไอคอน “Share that you’re hiring” แล้วเพิ่มประกาศลงโปรไฟล์ได้ ภาพโปรไฟล์จะมีกรอบ #Hiring และ LinkedIn จะแจ้งผู้หางานในเครือข่ายที่ตำแหน่งงานหรืออุตสาหกรรมตรงกับตำแหน่งที่คุณรับสมัคร

ข้อมูลจากหน้าทางการ Hiring Pro ระบุว่าฟีเจอร์นี้ช่วยให้โปรไฟล์ของคุณปรากฏในส่วน “Meet the hiring team” ของประกาศ และเชิญเพื่อนร่วมทีมให้ใส่กรอบเดียวกันได้ รวมถึงเพิ่มประกาศงานบนโปรไฟล์ส่วนตัวได้สูงสุด 10 รายการ

ข้อควรระวัง: กรอบและรายการงานบนโปรไฟล์แสดงต่อสาธารณะ ตรวจว่าประกาศที่ผูกไว้ยังเปิดรับอยู่จริง และเมื่อลบประกาศออกจากโปรไฟล์ กรอบจะหายไปแต่ประกาศงานไม่ได้ถูกปิดโดยอัตโนมัติ ต้องปิดประกาศแยกต่างหาก

กรอบ #Hiring บนโปรไฟล์ช่วยแจ้งเครือข่ายว่ากำลังรับสมัครงาน

🛒 สินค้าแนะนำ

AliExpress 🛒 สินค้าแนะนำ

กลยุทธ์หาคนแบบฟรี

ทีมช่วยกันแชร์ประกาศและหาผู้สมัครผ่านเครือข่าย

LinkedIn ระบุว่าเมื่อคุณลงประกาศ ระบบจะแจ้งเพื่อนร่วมงานและคอนเนกชันระดับหนึ่งที่ใกล้ชิดเพื่อให้ช่วยแชร์ต่อ ใช้โอกาสนี้ให้เต็มที่ด้วยวิธีต่อไปนี้

  • ใช้เครือข่ายพนักงาน: ขอให้ทีมแชร์ประกาศพร้อมเขียนข้อความสั้น ๆ ว่าทำไมตำแหน่งนี้น่าสนใจ ข้อความจากคนจริงมักได้ความสนใจมากกว่าประกาศเปล่า
  • โพสต์เนื้อหาเกี่ยวกับงาน: เล่าโปรเจกต์ที่ทีมกำลังทำ หรือวันทำงานทั่วไปของตำแหน่งนั้น
  • ค้นหาด้วยคำและตัวกรอง: ค้นด้วยชื่อตำแหน่ง ทักษะ และสถานที่ แล้วเปิดดูโปรไฟล์ที่ตรงเงื่อนไข
  • ทักผู้สมัครเชิงรุก: เขียนข้อความเฉพาะรายบุคคล ไม่ใช้แม่แบบเดียวส่งทุกคน

ตัวอย่างข้อความทักผู้สมัคร (ปรับตามจริง)

สวัสดีครับ/ค่ะ คุณ [ชื่อ] ผมเห็นโปรเจกต์ [ชื่อโปรเจกต์] ที่คุณดูแลที่ [บริษัท] แล้วสนใจวิธีที่คุณ [สิ่งที่ทำ] ตอนนี้ [บริษัทเรา] กำลังหาคนมาดูแล [งานหลัก] หากสนใจพูดคุยสั้น ๆ ประมาณ 15 นาที ยินดีส่งรายละเอียดตำแหน่งให้ทางข้อความนี้ ขอบคุณครับ/ค่ะ

ข้อความนี้ระบุสิ่งที่เห็นจากโปรไฟล์ บอกตำแหน่งชัดเจน และให้ผู้รับเลือกได้ว่าจะคุยต่อหรือไม่ ซึ่งสุภาพและไม่กดดัน

ประกาศฟรีหรือโปรโมต และเครื่องมือเสียเงินที่ควรรู้

เปรียบเทียบประกาศฟรีกับประกาศแบบโปรโมตก่อนตัดสินใจ

ตารางด้านล่างสรุปความต่างที่ LinkedIn ระบุไว้ในหน้าทางการ

ทีมช่วยกันแชร์ประกาศและหาผู้สมัครผ่านเครือข่าย
หัวข้อเปรียบเทียบ ประกาศฟรี ประกาศแบบโปรโมต
จำนวนประกาศที่เปิดพร้อมกัน เปิดได้ครั้งละหนึ่งตำแหน่ง โปรโมตหลายตำแหน่งพร้อมกันได้
การแสดงผลในการค้นหา ค้นเจอได้ในผลการค้นหา แต่มองเห็นได้น้อยลงตามเวลา มีสิทธิ์แสดงบนสุดพร้อมป้าย Promoted
การเข้าถึงผู้สมัคร แสดงให้คอนเนกชันเห็นและค้นเจอผ่านการค้นหา แนะนำให้ผู้สมัครที่ตรงคุณสมบัติในพื้นที่ผ่านการแจ้งเตือนบนมือถือ LinkedIn ระบุว่าเข้าถึงผู้สมัครที่ตรงคุณสมบัติมากกว่าแบบฟรีโดยเฉลี่ย 3 เท่า
ระยะเวลาและเพดาน เปิดได้สูงสุด 14 วันแล้วถูกพัก ปิดเองเมื่อครบ 30 วันหากไม่โปรโมต และมีเพดานใบสมัครโดยทั่วไป 10 ถึง 30 ใบ ตั้งงบรายวันหรืองบรวม ประกาศหยุดเองเมื่อใช้งบครบ และปิดเมื่อไรก็ได้เพื่อหยุดค่าใช้จ่าย
ค่าใช้จ่าย ไม่มีค่าโปรโมต จ่ายตามงบที่ตั้งแบบจ่ายต่อคลิก ตัวอย่างจาก LinkedIn: งบ 10 ดอลลาร์ต่อวัน นาน 30 วัน รวมไม่เกิน 300 ดอลลาร์ ขึ้นกับการเข้าถึงจริง

ตัวเลขค่าใช้จ่ายจริงขึ้นกับตำแหน่ง พื้นที่ และสภาพตลาด LinkedIn แนะนำงบให้ตามชื่อตำแหน่ง สถานที่ และกิจกรรมในตลาด และให้เจ้าของประกาศเป็นผู้ตัดสินใจงบสุดท้ายเอง ตรวจราคาล่าสุดจากหน้าทางการเสมอ

เมื่อไรควรพิจารณาโปรโมต

  • ต้องเปิดหลายตำแหน่งพร้อมกันและติดข้อจำกัดหนึ่งประกาศฟรีต่อครั้ง
  • ตำแหน่งหาคนยาก หรือต้องการคนเร็ว
  • ประกาศฟรีถูกพักเพราะครบเพดานใบสมัครหรือครบ 14 วัน แต่ยังไม่ได้คนที่ใช่
เปรียบเทียบประกาศฟรีกับประกาศแบบโปรโมตก่อนตัดสินใจ

LinkedIn แนะนำให้เปิดประกาศโปรโมตไว้อย่างน้อย 5 วันก่อนปิด เพื่อให้ได้ผู้สมัครที่ตรงคุณสมบัติเพียงพอ

Hiring Pro และ Recruiter Lite คืออะไร

Hiring Pro เป็นเครื่องมือในขั้นตอนลงประกาศ ช่วยร่างประกาศ และเมื่อโปรโมต LinkedIn ระบุว่าจะช่วยจัดรายชื่อผู้สมัครที่เหมาะสมและร่างข้อความ InMail ให้ตามตำแหน่งและโปรไฟล์ผู้สมัคร ส่วน Recruiter Lite ตามหน้าช่วยเหลือของ LinkedIn เป็นโซลูชันระดับเริ่มต้นสำหรับบุคคล ผู้รับสมัครอิสระ และธุรกิจขนาดเล็กที่มีความต้องการหาคนไม่มาก ซื้อออนไลน์แบบรายเดือนหรือรายปีและยกเลิกได้ เน้นการค้นหาและติดต่อผู้สมัครด้วยตัวเอง ไม่ได้ทดแทนการลงประกาศ ตรวจสิทธิ์การใช้งานและราคาในประเทศของคุณจากหน้าทางการก่อนซื้อ

คัดกรองและติดตามผู้สมัครอย่างเป็นระบบ

ใช้เกณฑ์ให้คะแนนเดียวกันกับผู้สมัครทุกคน

เมื่อมีใบสมัครเข้ามา ให้ใช้เกณฑ์ที่ตกลงไว้ตั้งแต่ขั้นเตรียมความพร้อม ไม่ตัดสินจากความรู้สึกแรก ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นสัดส่วนสมมติ ปรับตามตำแหน่งได้

ใช้เกณฑ์ให้คะแนนเดียวกันกับผู้สมัครทุกคน
  • ทักษะที่จำเป็นต่อตำแหน่ง: 40 คะแนน
  • ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง: 25 คะแนน
  • การสื่อสารและความชัดเจนของเรซูเม่: 20 คะแนน
  • ความเข้ากับทีมและรูปแบบการทำงาน: 15 คะแนน

นัดสัมภาษณ์เฉพาะคนที่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ และแจ้งผู้สมัครทุกคนที่ไม่ผ่านด้วย LinkedIn มีการตั้งค่าส่งข้อความปฏิเสธอัตโนมัติให้ แต่ควรอ่านข้อความให้สุภาพก่อนเปิดใช้ ควรตั้งกรอบเวลาตอบกลับของตัวเอง เช่น 3 ถึง 5 วันทำการ (เป็นข้อเสนอแนะ ไม่ใช่ข้อกำหนดของ LinkedIn) เพราะผู้สมัครที่รอนานมักตัดสินใจไปที่อื่นก่อน

ดูสถิติการเข้าชมและจำนวนผู้สมัครของประกาศ LinkedIn แสดงยอดผู้เข้าชมและผู้สมัครในหน้ารายละเอียดประกาศ หากยอดเข้าชมสูงแต่ผู้สมัครน้อย ให้ทบทวนข้อมูลเงินเดือนและเงื่อนไข หากผู้สมัครมากแต่ไม่ตรงสาย ให้ทบทวนชื่อตำแหน่งและคุณสมบัติที่ต้องมี

ตรวจจุดผิดพลาดที่ทำให้ประกาศได้ผลน้อย

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีหลีกเลี่ยง

ตรวจจุดผิดพลาดที่ทำให้ประกาศได้ผลน้อย
  • ประกาศกว้างเกินไป: ใส่หน้าที่และผลลัพธ์ที่คาดหวังให้ชัด แทนคำกว้าง ๆ เช่น “ขยัน อดทน”
  • ไม่ระบุเงินเดือน: ผู้สมัครที่ไม่แน่ใจเรื่องค่าตอบแทนมักข้ามไป ควรใส่ช่วงเงินเดือนหรือบอกขอบเขตให้ชัด
  • ตอบช้า: กำหนดผู้รับผิดชอบและกรอบเวลาตอบตั้งแต่ต้น
  • ข้อความทักที่เป็นแม่แบบเกินไป: อ้างอิงสิ่งที่เห็นในโปรไฟล์ของผู้รับจริง
  • ตั้งคำถามคัดกรองเป็นข้อบังคับมากเกินไป: เก็บเฉพาะเงื่อนไขที่ขาดไม่ได้
  • ลืมปิดประกาศ: ปิดเมื่อได้คนแล้ว และตรวจว่าประกาศบนโปรไฟล์ไม่ค้างอยู่
  • ไม่ดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัคร: ดูหัวข้อต่อไปนี้

ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัคร (PDPA)

เรซูเม่และข้อมูลติดต่อของผู้สมัครเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่สำนักกฎหมายและแหล่งข้อมูลด้านการคุ้มครองข้อมูลระบุ ผู้ควบคุมข้อมูลควรเก็บเท่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ ป้องกันการรั่วไหลหรือสูญหาย แจ้งเจ้าของข้อมูลถึงวัตถุประสงค์และระยะเวลาเก็บ และเคารพสิทธิ์ขอเข้าถึง แก้ไข หรือลบข้อมูล PDPA ไม่ได้กำหนดระยะเวลาเก็บใบสมัครตายตัว จึงควรกำหนดและแจ้งระยะเวลาของตัวเอง

ในทางปฏิบัติ หลีกเลี่ยงการส่งเรซูเม่ต่อในกลุ่มแชตหรือโพสต์สาธารณะ จำกัดคนที่เข้าถึงใบสมัคร และลบข้อมูลที่ไม่จำเป็นเมื่อสิ้นสุดกระบวนการ หากเก็บข้อมูลจำนวนมากหรือมีข้อมูลอ่อนไหว ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย

คำถามที่พบบ่อย

รวมคำถามที่ผู้ลงประกาศงานมักสงสัย

รับสมัครบน LinkedIn ฟรีได้หรือไม่

ได้ LinkedIn มีตัวเลือกลงประกาศงานฟรีครั้งละหนึ่งตำแหน่ง ประกาศเปิดได้สูงสุด 14 วันแล้วถูกพัก และปิดเองเมื่อครบ 30 วันหากไม่โปรโมต มีเพดานใบสมัครโดยทั่วไป 10 ถึง 30 ใบ และมีเพดานจำนวนประกาศฟรีในรอบ 30 วัน

รวมคำถามที่ผู้ลงประกาศงานมักสงสัย

ต้องมีหน้าบริษัทก่อนลงประกาศหรือไม่

สำหรับประกาศฟรี LinkedIn ระบุว่าต้องผูกกับหน้าบริษัทของคุณ จึงควรสร้างหน้าบริษัทและกำหนดผู้ดูแลก่อนเริ่มลงประกาศ

ประกาศแบบฟรีกับแบบโปรโมตต่างกันอย่างไร

แบบฟรีเปิดได้ครั้งละหนึ่งตำแหน่งและมีกรอบเวลาและจำนวนใบสมัครจำกัด ส่วนแบบโปรโมตตั้งงบได้ มีสิทธิ์แสดงบนสุดพร้อมป้าย Promoted และแนะนำให้ผู้สมัครผ่านการแจ้งเตือน ดูรายละเอียดในตารางเปรียบเทียบด้านบน

เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กหรือไม่

เหมาะ ธุรกิจขนาดเล็กเริ่มจากประกาศฟรีเพื่อทดสอบความสนใจต่อตำแหน่งได้ก่อน และถ้าต้องการค้นหาผู้สมัครเชิงรุก LinkedIn ระบุว่า Recruiter Lite ออกแบบมาสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่หาคนไม่มาก โดยควรตรวจราคาและสิทธิ์จากหน้าทางการก่อนซื้อ

ตรวจเช็กลิสต์สุดท้ายก่อนเผยแพร่ประกาศงาน

ควรใช้เวลากี่วันก่อนปรับประกาศ

LinkedIn แนะนำให้เปิดประกาศโปรโมตอย่างน้อย 5 วันก่อนปิด เพื่อให้ได้ผู้สมัครที่ตรงคุณสมบัติเพียงพอ ส่วนประกาศฟรีจะถูกพักที่ 14 วัน จึงควรทบทวนยอดเข้าชมและจำนวนผู้สมัครตั้งแต่สัปดาห์แรก แล้วค่อยปรับชื่อตำแหน่งหรือรายละเอียดตามที่เห็นจากตัวเลข

สรุปและเช็กลิสต์ก่อนกดเผยแพร่

ตรวจเช็กลิสต์สุดท้ายก่อนเผยแพร่ประกาศงาน

การรับสมัครงานบน LinkedIn ให้ได้ผลมี 4 ขั้นหลัก คือ เตรียมข้อมูลตำแหน่งและหน้าบริษัท เขียนประกาศให้ชัด ลงประกาศพร้อมคำถามคัดกรอง แล้วคัดกรองและตอบผู้สมัครอย่างสม่ำเสมอ เริ่มจากประกาศฟรี ทดสอบความสนใจ และโปรโมตเมื่อจำเป็น

เช็กลิสต์ก่อนกดเผยแพร่

  • ชื่อตำแหน่งสั้น ชัด และเป็นคำที่ผู้สมัครพิมพ์ค้นจริง
  • ระบุช่วงเงินเดือน สถานที่ และรูปแบบการทำงาน
  • แยกคุณสมบัติที่ต้องมีออกจากคุณสมบัติที่มีก็ดี
  • ผูกประกาศกับหน้าบริษัทและตรวจหน้าบริษัทแล้ว
  • ตั้งคำถามคัดกรองเฉพาะเงื่อนไขที่จำเป็น
  • กำหนดผู้รับผิดชอบและกรอบเวลาตอบผู้สมัคร
  • เตรียมแผนดูแลข้อมูลผู้สมัครตาม PDPA
  • ตรวจหน้าทางการของ LinkedIn อีกครั้งสำหรับราคาและขั้นตอนล่าสุด

พร้อมเริ่มแล้วหรือยัง ตรวจเงื่อนไขล่าสุดของประกาศงานฟรีจากหน้าช่วยเหลือทางการของ LinkedIn ก่อนลงประกาศตำแหน่งแรก

ดูวิธีลงประกาศงานฟรีบนหน้าทางการ

แหล่งอ้างอิง

  1. LinkedIn Help: Post a free job on LinkedIn (https://www.linkedin.com/help/linkedin/answer/a517777)
  2. LinkedIn Help: Post a free job on LinkedIn, หน้าอธิบายขั้นตอนและ Hiring Pro (https://www.linkedin.com/help/linkedin/answer/a522384)
  3. LinkedIn Help: Post a job on LinkedIn (https://www.linkedin.com/help/learning/answer/166)
  4. LinkedIn Help: Jobs through social hiring (https://www.linkedin.com/help/linkedin/answer/a767235)
  5. LinkedIn Help: คำแนะนำการหาคนบน LinkedIn (https://www.linkedin.com/help/learning/answer/94860)
  6. LinkedIn Help: Differences between Recruiter Corporate, Recruiter Professional Services, and Recruiter Lite (https://www.linkedin.com/help/linkedin/answer/a417251)
  7. LinkedIn Business: Jobs pricing (https://business.linkedin.com/talent-solutions/jobs-101/pricing)
  8. LinkedIn Business: Hiring Pro pricing (https://business.linkedin.com/hire/hiring-pro/pricing)
  9. LinkedIn Business: How to post a job with Hiring Pro (https://business.linkedin.com/hire/post-jobs/how-to-post-a-job-with-hiring-pro)
  10. Tilleke & Gibbins: Thailand’s Personal Data Protection Act, Requirements for Employers (https://www.tilleke.com/insights/thailands-personal-data-protection-act-requirements-employers/17/)
  11. Securiti: Employer’s Data Obligation Under Thailand’s PDPA (https://securiti.ai/blog/employee-data-thailand)

ต้องการเปรียบเทียบและคู่มือการซื้อเพิ่มเติมไหม

ดูเพิ่มเติมที่ Atovia →

เข้าร่วมชุมชนของเรา

Leave a Comment