วิธีระดมทุนรอบพรีซีด: คู่มือทีละขั้นสำหรับสตาร์ทอัพ

⚠️ หน้านี้เชื่อมต่อคุณกับพันธมิตรและตลาดพันธมิตรของ Atovia เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันจากพันธมิตรสำหรับกิจกรรมที่ทำผ่านลิงก์เหล่านี้ ข้อเสนอส่วนลดอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามนโยบาย! มั่นใจได้ว่าไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคุณ! เราหวังว่านี่จะช่วยประหยัดเวลาของคุณในการค้นหาสินค้าที่เหมาะสม!

ผู้ก่อตั้งหลายคนเริ่มหาเงินทุนก่อนมีหลักฐานว่าตลาดต้องการสินค้าจริง ผลที่ตามมาคือคุยกับนักลงทุนไปหลายรายแต่ไม่มีใครตอบรับ เพราะไม่มีอะไรให้ประเมิน บทความนี้พาเตรียมตัวทีละขั้น ตั้งแต่หลักฐานลูกค้า การคำนวณจำนวนเงิน พิชเด็ค การติดต่อนักลงทุน ไปจนถึงการตรวจเอกสารก่อนปิดรอบ

ข้อควรรู้ก่อนอ่าน: ตัวเลขและเงื่อนไขในบทความเป็นตัวอย่างอ้างอิงจากแหล่งต่างประเทศที่ตรวจสอบแล้ว ไม่ใช่มาตรฐานหรือค่าเฉลี่ยของตลาดไทย และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย

ประเด็นสำคัญ
  • พรีซีดคือช่วงที่ใช้เงินสร้างหลักฐานสำหรับรอบซีดถัดไป ไม่ใช่การซื้อความสำเร็จล่วงหน้า
  • คำนวณจำนวนเงินย้อนจากผลลัพธ์ที่ต้องแสดงในรอบถัดไป แล้วเผื่อแผนล่าช้า
  • เตรียมรายชื่อนักลงทุน สรุปธุรกิจสั้น และพิชเด็คที่อ่านเข้าใจได้โดยไม่ต้องมีคนอธิบาย
  • SAFE คือสัญญาที่รับเงินก่อนและมีสิทธิแปลงเป็นหุ้นภายหลัง ตัวสัญญาเองยังไม่ใช่หุ้น
  • คำแนะนำด้านสัญญาและนิติบุคคลจากแหล่งอ้างอิงสะท้อนบริบทสหรัฐ ควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายตามที่ตั้งนิติบุคคลของคุณ

พรีซีดคืออะไร และเหมาะกับธุรกิจระยะไหน

พรีซีด (pre-seed) คือช่วงระดมทุนระยะแรกสุด เมื่อธุรกิจยังอยู่ในขั้นไอเดียหรือต้นแบบ เป้าหมายของเงินก้อนนี้คือสร้างหลักฐานที่จำเป็นสำหรับการระดมทุนรอบซีดถัดไป เช่น หลักฐานว่ามีคนต้องการสินค้าและทีมส่งมอบได้จริง [S1]

เงินรอบนี้ซื้ออะไรให้ได้

  • เวลาและทรัพยากรในการสร้างต้นแบบหรือทดสอบกับลูกค้า
  • หลักฐานที่ทำให้การคุยกับนักลงทุนรอบถัดไปมีเนื้อหาให้ประเมิน

สิ่งที่ยังไม่ควรคาดหวัง

  • ไม่ควรคาดว่าเงินรอบนี้จะรับประกันการระดมทุนรอบถัดไป
  • ไม่ควรคาดว่าจะมีสูตรตายตัวเรื่องขนาดเงินหรือมูลค่ากิจการ เพราะแหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบแล้วไม่ได้กำหนดเกณฑ์เหล่านี้
ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพกำลังร่างไอเดียผลิตภัณฑ์ในสมุดบันทึกที่โต๊ะทำงาน

ตรวจความพร้อมก่อนระดมทุน: หลักฐานลูกค้าและผลิตภัณฑ์

ก่อนเริ่มนัดนักลงทุน ให้ถามตัวเองว่ามีอะไรแสดงว่ามีความต้องการจริง แหล่งข้อมูลยกตัวอย่างหลักฐานความต้องการระยะแรกไว้ 3 แบบ ได้แก่ ต้นแบบที่ใช้งานได้ รายชื่อผู้รอใช้งาน และโครงการนำร่องขนาดเล็ก [S1]

เช็กลิสต์ประเมินตนเอง

  • อธิบายได้ในสองประโยคว่าลูกค้าคือใคร และเจอปัญหาอะไร
  • มีต้นแบบ รายชื่อผู้รอใช้งาน หรือโครงการนำร่องอย่างน้อยหนึ่งอย่างที่แสดงให้ดูได้
  • บอกได้ว่าเงินรอบนี้จะพาไปถึงผลลัพธ์อะไรในรอบถัดไป
  • ทีมผู้ก่อตั้งพร้อมทำงานเต็มเวลา หรือมีแผนชัดเจนเรื่องนี้

หมายเหตุ: แหล่งข้อมูลไม่ได้กำหนดว่าต้องมีรายได้ก่อนระดมทุน หลักฐานความต้องการอาจเป็นรูปแบบอื่นตามตัวอย่างข้างต้น

ผู้ก่อตั้งสองคนสาธิตต้นแบบผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้าที่สนใจดู

ควรระดมทุนเท่าไร: คำนวณย้อนจากเป้าหมายรอบถัดไป

วิธีคิดที่แนะนำคือเริ่มจากปลายทาง กำหนดผลลัพธ์ที่ต้องแสดงให้นักลงทุนรอบถัดไปเห็น แล้วประเมินว่าต้องใช้เงินและเวลาเท่าไรเพื่อไปถึงจุดนั้น จากนั้นเผื่อส่วนสำหรับแผนที่ล่าช้า [S1]

ลำดับการคำนวณ

  1. เขียนผลลัพธ์ที่ต้องการในรอบถัดไปให้เป็นรูปธรรม เช่น จำนวนผู้ใช้ที่ทดลอง หรือผลจากโครงการนำร่อง
  2. แตกงานที่ต้องทำเป็นรายการ และประเมินค่าใช้จ่ายของแต่ละรายการ
  3. ประเมินระยะเวลาที่ต้องใช้
  4. บวกส่วนเผื่อกรณีแผนล่าช้า
  5. รวมเป็นจำนวนเงินที่ขอ และเตรียมคำอธิบายว่าเงินแต่ละส่วนใช้ทำอะไร [S5]

เรื่องกรอบเวลา 12 ถึง 18 เดือน

แหล่งข้อมูลระบุกรอบวางแผนทั่วไปของเงินที่ใช้ดำเนินงานได้ประมาณ 12 ถึง 18 เดือน แต่ตัวเลขนี้เป็นค่าอ้างอิงที่เปลี่ยนไปตามธุรกิจ ทีม และค่าใช้จ่าย ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของตลาดไทยหรือเกาหลี [S1]

ผู้ก่อตั้งกำลังวางแผนงบประมาณด้วยเครื่องคิดเลขและสมุดจดบันทึก

ตัวอย่างตารางงบแบบสมมติ

ตารางด้านล่างเป็นตัวอย่างโครงสร้างที่เขียนขึ้นเพื่อประกอบการอธิบาย ไม่มีจำนวนเงินจริง ให้เติมตัวเลขของธุรกิจตัวเอง

หมวดค่าใช้จ่าย สิ่งที่ต้องระบุ จำนวนเงิน (ให้เติมเอง)
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ งานที่ต้องทำและระยะเวลา เติมเอง
การทดสอบกับลูกค้า จำนวนรอบและค่าใช้จ่ายต่อรอบ เติมเอง
ค่าใช้จ่ายประจำของทีม จำนวนเดือนที่ต้องครอบคลุม เติมเอง
ส่วนเผื่อแผนล่าช้า เหตุผลที่กำหนดส่วนเผื่อนี้ เติมเอง

ตารางเปรียบเทียบ: เตรียมแบบเร่งรีบกับเตรียมอย่างเป็นระบบ

ตารางนี้สรุปความต่างของสองแนวทางการเตรียมตัว เป็นการเปรียบเทียบเชิงหลักการ ไม่ได้อ้างสถิติใด

ด้านที่เตรียม แบบเร่งรีบ แบบเป็นระบบ
หลักฐานความต้องการ มีแต่ไอเดียและคำบอกเล่า มีต้นแบบ รายชื่อผู้รอใช้งาน หรือโครงการนำร่อง
จำนวนเงินที่ขอ ตั้งตามความรู้สึก คำนวณย้อนจากเป้าหมายรอบถัดไป พร้อมส่วนเผื่อ
เอกสาร รวบรวมเมื่อนักลงทุนขอ จัดระเบียบไว้ก่อนเริ่มคุย
รายชื่อนักลงทุน ส่งหาใครก็ได้ที่นึกออก ทำรายชื่อและจัดลำดับตามความเหมาะสม
การนัดคุย คุยทีละรายตามโอกาส นัดคุยหลายรายควบคู่กัน
แผนงานสองแบบวางเทียบกันบนโต๊ะประชุมเพื่อเปรียบเทียบวิธีเตรียมตัว

เตรียมพิชเด็ค สรุปธุรกิจสั้น และรายชื่อนักลงทุน

แหล่งข้อมูลแนะนำให้เตรียมของ 3 อย่างก่อนเริ่มติดต่อ ได้แก่ รายชื่อนักลงทุน สรุปธุรกิจสั้น และพิชเด็คที่อ่านเข้าใจได้โดยไม่ต้องมีคนอธิบาย [S1]

พิชเด็คที่อ่านเข้าใจได้เอง

  • แต่ละสไลด์ตอบคำถามเดียว เช่น ปัญหาคืออะไร ลูกค้าคือใคร ผลิตภัณฑ์ทำอะไร
  • มีหลักฐานความต้องการอยู่ในเด็ค
  • ระบุจำนวนเงินที่ขอและแผนการใช้เงิน
  • ให้คนนอกวงการลองอ่านโดยไม่ต้องอธิบาย แล้วดูว่าเข้าใจหรือไม่

สรุปธุรกิจสั้น

เขียนให้อ่านจบในไม่กี่นาที ครอบคลุมปัญหา ทางออก หลักฐานที่มี และสิ่งที่ขอ ใช้แนบอีเมลแนะนำตัวได้

ผู้ก่อตั้งนำเสนอพิชเด็คต่อผู้ฟังสองคนในห้องประชุม

ทำรายชื่อนักลงทุนและจัดลำดับ

แหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบแล้วไม่ได้ระบุจำนวนรายชื่อที่ควรมี จึงไม่ควรยึดตัวเลขตายตัว ให้เริ่มจากรายที่เหมาะกับระยะธุรกิจและอุตสาหกรรมของคุณ แล้วจัดลำดับตามความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการเข้าถึง

ติดต่อนักลงทุนอย่างไรให้เป็นระบบ

คำแนะนำสำคัญคือไม่ควรคุยทีละรายแบบรอผลก่อนไปรายต่อไป ให้นัดคุยหลายรายควบคู่กัน เพื่อให้กระบวนการเดินไปพร้อมกันและเปรียบเทียบข้อเสนอได้ [S1]

ขั้นตอนที่แนะนำ

  1. แบ่งรายชื่อเป็นกลุ่มตามความเหมาะสม
  2. ส่งข้อความแนะนำตัวสั้น ๆ พร้อมสรุปธุรกิจ
  3. นัดคุยหลายรายในช่วงเวลาใกล้กัน
  4. บันทึกคำถามที่ถูกถามซ้ำ แล้วปรับพิชเด็คตามนั้น
  5. ติดตามผลทุกครั้งหลังการคุย
ผู้ก่อตั้งกำลังส่งอีเมลติดต่อนักลงทุนจากโต๊ะทำงาน

🛒 สินค้าแนะนำ

AliExpress 🛒 สินค้าแนะนำ

โครงข้อความแนะนำตัว (ตัวอย่างสมมติ)

โครงนี้เขียนขึ้นเพื่อประกอบการอธิบาย ให้ปรับเป็นข้อมูลจริงของคุณ

  • ประโยคแรก: คุณคือใคร และทำธุรกิจอะไร
  • ประโยคที่สอง: ปัญหาที่แก้ และหลักฐานความต้องการที่มี
  • ประโยคที่สาม: สิ่งที่ขอ เช่น นัดคุยสั้น ๆ พร้อมแนบสรุปธุรกิจ

การติดตามผล

หลังการคุย ให้ส่งข้อความขอบคุณสั้น ๆ สรุปสิ่งที่คุยกัน และแนบเอกสารที่นักลงทุนขอ

กระดานไวท์บอร์ดวาดแผนภูมิวงกลมแสดงสัดส่วนการถือหุ้น

SAFE คืออะไร และคำนวณสัดส่วนหุ้นที่เจือจางอย่างไร

SAFE คือสัญญาที่ให้บริษัทรับเงินลงทุนก่อน และให้นักลงทุนมีสิทธิแปลงเป็นหุ้นในอนาคต ตัวสัญญาเองยังไม่ใช่หุ้นก่อนการแปลง [S2]

ตัวอย่างการคำนวณจาก Y Combinator

ในตัวอย่างของ Y Combinator ที่ใช้แบบ post-money SAFE ของสหรัฐ สัดส่วนหุ้นที่ขายคำนวณจากเงินลงทุนหารด้วยเพดานมูลค่าบริษัท (cap) เช่น เงินลงทุน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อเพดาน 6.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้ประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ [S2]

โปรดทราบว่านี่เป็นตัวอย่างตามเงื่อนไขนั้นเท่านั้น ไม่ใช่เงื่อนไขทั่วไปของรอบพรีซีด

แฟ้มเอกสารบริษัทที่จัดเรียงไว้พร้อมตรวจสอบก่อนปิดรอบ

ข้อควรระวัง

  • คำอธิบายเรื่อง SAFE ในแหล่งอ้างอิงสะท้อนบริบทสหรัฐ [S1][S2]
  • ไม่ควรสรุปว่า SAFE เป็นมาตรฐานหรือเหมาะกับทุกบริษัทในไทยหรือเกาหลี
  • ควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายตามที่ตั้งนิติบุคคลของคุณก่อนตัดสินใจใช้สัญญารูปแบบใด

ตรวจเอกสารก่อนปิดรอบ: นิติบุคคล หุ้น และทรัพย์สินทางปัญญา

ก่อนปิดรอบ นักลงทุนมักขอตรวจเอกสารของบริษัท แหล่งข้อมูลจากสำนักงานกฎหมายระบุความสำคัญของแผนการใช้เงิน บันทึกการถือหุ้นของบริษัท เอกสารสำหรับการตรวจสอบ และการตรวจโดยที่ปรึกษากฎหมาย [S5]

เช็กลิสต์เอกสาร

  • บันทึกการถือหุ้นที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน [S5]
  • แผนการใช้เงินที่สอดคล้องกับจำนวนเงินที่ขอ [S5]
  • เอกสารสำหรับตรวจสอบที่จัดระเบียบไว้พร้อมส่งให้นักลงทุน [S5]
  • ข้อควรตรวจโดยทั่วไป: ใครเป็นเจ้าของผลงานหลักของธุรกิจ และผู้ก่อตั้งมีสัญญาที่ชัดเจนกับบริษัทหรือไม่
ผู้ก่อตั้งดูสับสนหน้าแล็ปท็อปบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยโน้ต

หมายเหตุ: รายการสุดท้ายเป็นข้อควรตรวจโดยทั่วไป ไม่ได้มาจากแหล่งอ้างอิงโดยตรง

ความจำเป็นของที่ปรึกษากฎหมาย

แหล่งข้อมูลย้ำว่าควรมีการตรวจทางกฎหมาย [S5] อย่างไรก็ตาม คำแนะนำด้านกฎหมายและโครงสร้างนิติบุคคลในแหล่งอ้างอิงเป็นของสหรัฐ ใช้กับกฎหมายไทยโดยตรงไม่ได้ ควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายในประเทศที่คุณจดทะเบียนบริษัท

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีหลีกเลี่ยง

  • ระดมทุนโดยไม่มีหลักฐาน: สร้างต้นแบบ รายชื่อผู้รอใช้งาน หรือโครงการนำร่องก่อน [S1]
  • ขอเงินโดยไม่มีเหตุผลรองรับ: คำนวณย้อนจากเป้าหมายรอบถัดไป และทำแผนการใช้เงิน [S1][S5]
  • เอกสารไม่พร้อม: จัดบันทึกการถือหุ้นและเอกสารตรวจสอบไว้ก่อนเริ่มคุย [S5]
  • เข้าใจเรื่องการเจือจางหุ้นคลาดเคลื่อน: คำนวณสัดส่วนที่ขายตามเงื่อนไขสัญญาจริงของคุณ และปรึกษาที่ปรึกษากฎหมาย [S2]
  • คุยทีละรายแล้วรอผล: นัดคุยหลายรายควบคู่กัน [S1]
  • ยึดตัวเลขต่างประเทศเป็นกฎ: ตัวเลขอย่าง 12 ถึง 18 เดือน หรือตัวอย่าง 15 เปอร์เซ็นต์ เป็นเพียงค่าอ้างอิง

แหล่งความรู้และการสนับสนุนสำหรับผู้ก่อตั้ง

ตัวอย่างแหล่งข้อมูลของเกาหลีที่ตรวจสอบแล้ว ได้แก่ หลักสูตร “การระดมทุนและกลยุทธ์ออกจากการลงทุน” ของ K-Startup ซึ่งสอนกระบวนการระดมทุนและการร่างสัญญาลงทุนสำหรับผู้ก่อตั้งระยะเริ่มต้น [S3] และศูนย์สนับสนุนครบวงจรของ K-Startup ที่ให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ระดมทุน การนำเสนอต่อนักลงทุน และกฎหมายที่เกี่ยวกับสัญญาลงทุนและการเจรจารอบ [S4]

ผู้เรียนผู้ใหญ่ฟังวิทยากรในห้องอบรมเรื่องการระดมทุน

สองแหล่งนี้เป็นของเกาหลี ผู้อ่านในไทยควรค้นหาหน่วยงานหรือหลักสูตรที่เทียบเคียงได้ในประเทศของตนเอง

คำถามที่พบบ่อย

พรีซีดต่างจากซีดอย่างไร

พรีซีดเน้นสร้างหลักฐานสำหรับรอบซีดถัดไป [S1] แหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบแล้วไม่ได้กำหนดเส้นแบ่งด้านขนาดเงินหรือมูลค่ากิจการ

ต้องมีรายได้ก่อนระดมทุนไหม

แหล่งข้อมูลไม่ได้กำหนดว่าต้องมีรายได้ ตัวอย่างหลักฐานที่ระบุคือต้นแบบ รายชื่อผู้รอใช้งาน และโครงการนำร่องขนาดเล็ก [S1]

สองคนคุยกันในร้านกาแฟ คนหนึ่งตอบคำถามและอีกคนจดบันทึก

ควรใช้ SAFE หรือรอบกำหนดราคา

ข้อมูลที่ตรวจสอบแล้วอธิบายเฉพาะ SAFE จึงไม่สามารถฟันธงว่าแบบใดดีกว่า ให้พิจารณาเงื่อนไขของแต่ละฉบับ ผลต่อสัดส่วนหุ้น และปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายตามที่ตั้งนิติบุคคล

ใช้เวลาระดมทุนนานเท่าไร

แตกต่างกันไปตามแต่ละกรณี และไม่มีตัวเลขยืนยันในแหล่งข้อมูล กรอบ 12 ถึง 18 เดือนเป็นกรอบวางแผนการใช้เงิน ไม่ใช่ระยะเวลาระดมทุน

ต้องจ้างที่ปรึกษากฎหมายตอนไหน

แหล่งข้อมูลย้ำความจำเป็นของการตรวจทางกฎหมายก่อนปิดรอบ [S5] และเรื่องสัญญาลงทุนควรได้รับการตรวจก่อนลงนามทุกครั้ง

ผู้ก่อตั้งเดินเข้าออฟฟิศพร้อมสมุดบันทึกเพื่อเริ่มก้าวต่อไป

สรุปและขั้นตอนถัดไป

สรุปลำดับ 5 ขั้นของการระดมทุนรอบพรีซีด

  1. สร้างหลักฐานความต้องการและผลิตภัณฑ์
  2. คำนวณจำนวนเงินย้อนจากเป้าหมายรอบถัดไป และเผื่อแผนล่าช้า
  3. เตรียมรายชื่อนักลงทุน สรุปธุรกิจสั้น และพิชเด็ค
  4. นัดคุยนักลงทุนหลายรายควบคู่กัน และติดตามผล
  5. ตรวจเอกสารและสัญญากับที่ปรึกษากฎหมายก่อนปิดรอบ

เริ่มจากเช็กลิสต์ในหัวข้อที่ 2 แล้วลองคำนวณจำนวนเงินตามหัวข้อที่ 3 ด้วยตัวเลขของธุรกิจคุณ

อ่านแหล่งอ้างอิงต้นฉบับเพื่อศึกษาเพิ่มเติมก่อนเริ่มระดมทุน

อ่านคู่มือระดมทุนรอบพรีซีดฉบับเต็ม

  1. [S1] Foundersbase, “How to Raise a Pre-Seed Round for Your Startup” (2026) https://foundersbase.com/blog/how-to-raise-a-pre-seed-round
  2. [S2] Y Combinator, “The SAFE: The standard way startups raise money” https://www.ycombinator.com/safe
  3. [S3] K-Startup Changup Edu, “การลงทุนและกลยุทธ์ออกจากการลงทุน” (หลักสูตร) https://www.k-startup.go.kr/edu/home/lecture/LTYPE_016/CONT_0000001122/detail
  4. [S4] K-Startup One-Stop Support Center, “การระดมทุน” (ขอบเขตการสนับสนุน) https://www.k-startup.go.kr/onestop/main/index.do?cat=OT0600
  5. [S5] Lowenstein Sandler LLP, “Preparing for a Pre-Seed Financing Round” https://www.lowenstein.com/media/7578/preparing-for-a-pre-seed-financing-round.pdf

ต้องการเปรียบเทียบและคู่มือการซื้อเพิ่มเติมไหม

ดูเพิ่มเติมที่ Atovia →

เข้าร่วมชุมชนของเรา

การอ้างอิงบทความนี้

แหล่งที่มา: Atovia (Atovia). https://atovia.kr

Leave a Comment