⚠️ หน้านี้เชื่อมต่อคุณกับพันธมิตรและตลาดพันธมิตรของ Atovia เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันจากพันธมิตรสำหรับกิจกรรมที่ทำผ่านลิงก์เหล่านี้ ข้อเสนอส่วนลดอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามนโยบาย! มั่นใจได้ว่าไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคุณ! เราหวังว่านี่จะช่วยประหยัดเวลาของคุณในการค้นหาสินค้าที่เหมาะสม!
หลายคนเจอห้องสวย ค่าเช่าดูไม่แพง แต่พอย้ายเข้าไปกลับเจอค่าน้ำค่าไฟสูงกว่าที่คิด มีค่าส่วนกลางที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน หรือขอเงินประกันคืนไม่ได้ บทความนี้พาทำทีละขั้นตอนใน 6 ขั้นตอนหลัก ตั้งแต่ตั้งงบ เลือกทำเล เตรียมเอกสาร ค้นหาห้อง ไปดูห้องจริง จนถึงอ่านสัญญาก่อนเซ็น จากนั้นต่อด้วยวิธีเปรียบเทียบประเภทที่พัก การตรวจรับห้อง และสัญญาณเตือนที่ควรระวัง
ข้อมูลด้านกฎเกณฑ์ในบทความอ้างอิงประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาของ สคบ. พ.ศ. 2568 ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ ก่อนเซ็นสัญญาจริงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับ สคบ. สายด่วน 1166
- ขั้นตอนที่ 1: กำหนดงบประมาณก่อนเริ่มหาห้อง
- ขั้นตอนที่ 2: ระบุความต้องการและเลือกทำเลที่เหมาะกับชีวิตประจำวัน
- ขั้นตอนที่ 3: เตรียมเอกสารสำหรับจองและทำสัญญา
- ขั้นตอนที่ 4: ค้นหาห้องเช่าจากหลายช่องทาง
- ขั้นตอนที่ 5: นัดเข้าชมห้องจริงและตรวจรายละเอียด
- ขั้นตอนที่ 6: อ่านสัญญาเช่า เงินมัดจำ และค่าใช้จ่ายให้ครบก่อนเซ็น
- เปรียบเทียบประเภทที่พักให้เลือกถูกตัว
- ตรวจสภาพห้องและเก็บหลักฐานตอนย้ายเข้า
- ข้อควรระวังและสัญญาณเตือนที่ควรหลีกเลี่ยง
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเช่าอพาร์ตเมนต์
- สรุป
- รวมค่าใช้จ่ายรายเดือนทั้งหมดก่อนตัดสินใจ ไม่ดูแค่ตัวเลขค่าเช่า
- ตามประกาศ สคบ. พ.ศ. 2568 เงินประกันรวมกับค่าเช่าล่วงหน้าต้องไม่เกิน 3 เดือนของค่าเช่า สำหรับผู้ให้เช่าที่เข้าข่ายประกาศ
- ค่าน้ำค่าไฟต้องไม่เกินอัตราที่ผู้ให้เช่าถูกเรียกเก็บ ห้ามบวกกำไร และต้องระบุวิธีคำนวณไว้ในสัญญา
- ถ่ายภาพและวิดีโอสภาพห้องก่อนย้ายเข้าทุกครั้ง
- อ่านสัญญาทุกข้อก่อนเซ็น เก็บสำเนาสัญญาและใบเสร็จไว้ และโทร 1166 เมื่อพบปัญหา
ขั้นตอนที่ 1: กำหนดงบประมาณก่อนเริ่มหาห้อง
การตั้งงบก่อนเป็นขั้นแรกเพราะช่วยตัดห้องที่เกินกำลังออกตั้งแต่ต้น และป้องกันการตัดสินใจจากความประทับใจตอนเข้าชมห้อง ให้คิดจากสองก้อน คือเงินที่ต้องจ่ายวันเข้าอยู่ และค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายทุกเดือน
เงินก้อนที่ต้องมีในวันเข้าอยู่
ผู้ให้เช่ามักเรียกเงินประกันหรือเงินมัดจำ 2 เดือน บวกค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือน ตัวเลขนี้เป็นแนวปฏิบัติที่พบบ่อย ไม่ใช่ตัวเลขตายตัวตามกฎหมาย สำหรับผู้ให้เช่าที่เข้าข่ายประกาศ สคบ. พ.ศ. 2568 เงินประกันรวมกับค่าเช่าล่วงหน้าต้องไม่เกิน 3 เดือนของค่าเช่ารายเดือน อาจมีค่าทำสัญญาหรือค่าจองเพิ่มด้วย จึงควรถามให้ครบก่อนตัดสินใจ
ค่าใช้จ่ายรายเดือนนอกเหนือจากค่าเช่า
- ค่าน้ำและค่าไฟ
- ค่าอินเทอร์เน็ต
- ค่าส่วนกลางหรือค่าบริการอาคาร (ถ้ามี)
- ค่าที่จอดรถ (ถ้ามี)
- ค่าเดินทางไปที่ทำงานหรือมหาวิทยาลัย
ตัวอย่างการคำนวณ (ตัวเลขสมมติเพื่อให้เห็นวิธีคิด)
สมมติค่าเช่า 8,000 บาทต่อเดือน เงินที่ต้องเตรียมวันเข้าอยู่ถ้าเป็นแบบมัดจำ 2 เดือนและจ่ายล่วงหน้า 1 เดือน คือ 16,000 + 8,000 = 24,000 บาท ซึ่งอยู่ภายใต้เพดานรวม 3 เดือน ส่วนค่าใช้จ่ายรายเดือน ถ้าสมมติค่าน้ำค่าไฟรวม 1,200 บาท และอินเทอร์เน็ต 400 บาท ยอดจริงต่อเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 9,600 บาท ไม่ใช่ 8,000 บาท ให้ใช้ตัวเลขรวมนี้เทียบกับรายได้ที่คุณรับได้จริง

ตรวจก่อนไปขั้นต่อไป
- รู้ยอดเงินก้อนที่ต้องจ่ายวันเข้าอยู่ และมีเงินสำรองเหลือหลังจ่าย
- รวมค่าใช้จ่ายรายเดือนทั้งหมดแล้ว ไม่ใช่แค่ค่าเช่า
- กำหนดงบสูงสุดที่รับได้ไว้ล่วงหน้า
ขั้นตอนที่ 2: ระบุความต้องการและเลือกทำเลที่เหมาะกับชีวิตประจำวัน
ห้องที่ดีที่สุดคือห้องที่เข้ากับชีวิตประจำวันของคุณ ไม่ใช่ห้องที่สวยที่สุด เริ่มจากแยกสิ่งที่ขาดไม่ได้ออกจากสิ่งที่มีก็ดี เช่น ที่จอดรถ เครื่องซักผ้า หรือครัว แล้วใช้รายการนี้คัดห้องตั้งแต่ต้น
เกณฑ์เลือกทำเล
- เวลาเดินทางไปที่ทำงานหรือมหาวิทยาลัย ทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น
- ความใกล้รถไฟฟ้า ป้ายรถเมล์ หรือจุดขึ้นรถสาธารณะ
- ตลาด ร้านอาหาร และร้านสะดวกซื้อที่เดินถึงได้
- ความปลอดภัยและแสงสว่างของซอยตอนกลางคืน
อยู่คนเดียวหรือหารห้อง
การหารห้องช่วยลดค่าเช่าต่อคน แต่ต้องตกลงเรื่องการแบ่งค่าน้ำค่าไฟ การรับผิดชอบเงินประกัน และสิ่งที่จะเกิดขึ้นหากอีกคนย้ายออกก่อน ควรตกลงเรื่องเหล่านี้เป็นลายลักษณ์อักษรกับเพื่อนร่วมห้อง และตรวจว่าสัญญาอนุญาตให้มีผู้พักอาศัยเพิ่มหรือไม่

ตรวจก่อนไปขั้นต่อไป
- เขียนรายการสิ่งที่ขาดไม่ได้ไว้ไม่เกิน 5 ข้อ
- เลือกย่านที่สนใจได้ 2-3 ย่าน
- ตัดสินใจแล้วว่าจะอยู่คนเดียวหรือหารห้อง
ขั้นตอนที่ 3: เตรียมเอกสารสำหรับจองและทำสัญญา
การเตรียมเอกสารไว้ก่อนช่วยให้จองห้องได้เร็วเมื่อเจอห้องที่ถูกใจ เอกสารที่ผู้ให้เช่ามักขอไม่เหมือนกันทุกที่ จึงควรถามก่อนว่าต้องใช้อะไรบ้าง
เอกสารหลักที่มักต้องใช้
- สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทางสำหรับผู้เช่าต่างชาติ
- ข้อมูลติดต่อและผู้ติดต่อฉุกเฉิน
เอกสารเสริมที่บางแห่งอาจขอ
- บัตรนักศึกษา สำหรับผู้เช่าที่เป็นนักศึกษา
- หนังสือรับรองการทำงานหรือหลักฐานรายได้

ผู้เช่าชาวต่างชาติควรเตรียมอะไรเพิ่ม
นอกจากหนังสือเดินทางแล้ว ควรถามเจ้าของห้องก่อนเซ็นว่าจะแจ้งที่พักของผู้เช่าต่างชาติต่อตรวจคนเข้าเมืองหรือไม่ เพราะกฎหมายให้เจ้าบ้านหรือเจ้าของที่พักที่รับคนต่างด้าวเข้าพักต้องแจ้งภายใน 24 ชั่วโมง และควรขอเก็บหลักฐานการแจ้งไว้
ข้อควรระวังเรื่องเงินจอง
หากต้องจ่ายเงินจองห้อง ให้ขอใบรับเงินที่ระบุจำนวนเงิน วันที่ ห้องที่จอง และเงื่อนไขการคืนเงินหากไม่ได้เช่าจริง
ตรวจก่อนไปขั้นต่อไป
- มีสำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางพร้อมใช้
- ถามผู้ให้เช่าแล้วว่าต้องใช้เอกสารอะไรเพิ่ม
- ได้ใบรับเงินทุกครั้งที่จ่ายเงินจอง
ขั้นตอนที่ 4: ค้นหาห้องเช่าจากหลายช่องทาง
อย่าพึ่งช่องทางเดียว การค้นหาจากหลายช่องทางช่วยให้เห็นราคากลางของย่านนั้นและเปรียบเทียบได้ง่ายขึ้น

ช่องทางที่ใช้ได้
- เว็บไซต์และแอปประกาศห้องเช่า
- กลุ่มชุมชนออนไลน์ของย่านนั้นหรือของมหาวิทยาลัย
- นายหน้าอสังหาริมทรัพย์
- ป้ายประกาศหน้าอาคาร และการเดินสำรวจย่านที่สนใจด้วยตัวเอง
คำถามที่ควรถามก่อนนัดดูห้อง
- ค่าเช่าต่อเดือน เงินประกัน และค่าเช่าล่วงหน้าเท่าไร
- ค่าน้ำค่าไฟคิดอย่างไร และสัญญาระบุวิธีคำนวณไว้หรือไม่
- มีค่าส่วนกลางหรือค่าที่จอดรถเพิ่มหรือไม่
- สัญญาเช่าขั้นต่ำกี่เดือน และห้องว่างพร้อมเข้าอยู่เมื่อไร
- ใครเป็นผู้ลงนามในสัญญา เจ้าของห้องหรือนายหน้า
ตรวจก่อนไปขั้นต่อไป
- มีห้องที่น่าสนใจอย่างน้อย 3 ห้องให้เปรียบเทียบ
- ได้คำตอบเรื่องค่าใช้จ่ายครบก่อนเสียเวลาไปดูห้อง
ขั้นตอนที่ 5: นัดเข้าชมห้องจริงและตรวจรายละเอียด
ภาพถ่ายในประกาศไม่บอกสภาพจริงของห้อง การเข้าชมจริงคือโอกาสเดียวที่จะตรวจหาปัญหาก่อนจ่ายเงิน ควรเตรียมรายการตรวจไปด้วยและถ่ายภาพสิ่งที่พบ

เช็กลิสต์ตรวจภายในห้อง
- แรงดันน้ำและน้ำไหลทิ้งได้ดีทั้งในห้องน้ำและอ่างล้างจาน
- ปลั๊กไฟ สวิตช์ และไฟส่องสว่างใช้งานได้ครบ
- เครื่องปรับอากาศเย็นและไม่มีเสียงผิดปกติ
- ร่องรอยความชื้น เชื้อรา หรือคราบรั่วซึมที่เพดานและผนัง
- สัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตในห้อง
เช็กลิสต์ตรวจส่วนกลาง
- ลิฟต์ บันได และทางเดินสะอาดและมีแสงสว่าง
- ที่จอดรถเพียงพอและปลอดภัย
- กล้องวงจรปิดและระบบคีย์การ์ด หรือการควบคุมคนเข้าออกอาคาร
ไปดูห้องคนละช่วงเวลา
ถ้าทำได้ ให้แวะดูอาคารอีกครั้งในเวลากลางคืนหรือช่วงเย็น เพื่อฟังเสียงรบกวนจากถนนหรือห้องข้างเคียง และสังเกตความปลอดภัยของทางเดินเข้าซอย
ตรวจก่อนไปขั้นต่อไป
- ตรวจครบทุกรายการและถ่ายภาพจุดที่เสียหาย
- จดปัญหาที่พบและขอให้ผู้ให้เช่าซ่อมก่อนย้ายเข้า
- เห็นอาคารในช่วงเวลาอื่นของวันอย่างน้อยหนึ่งครั้ง

🛒 สินค้าแนะนำ
ขั้นตอนที่ 6: อ่านสัญญาเช่า เงินมัดจำ และค่าใช้จ่ายให้ครบก่อนเซ็น
สัญญาเช่าคือข้อตกลงที่ใช้ตัดสินเมื่อเกิดปัญหา จึงควรอ่านทุกข้อก่อนเซ็น ไม่ต้องรีบแม้ผู้ให้เช่าจะบอกว่ามีคนรอเช่าอยู่ กฎหมายกำหนดว่าการเช่าอสังหาริมทรัพย์ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือที่ลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด มิฉะนั้นจะฟ้องบังคับคดีไม่ได้ จึงควรทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรเสมอ
องค์ประกอบสำคัญของสัญญา
- ชื่อและข้อมูลของผู้ให้เช่าและผู้เช่า รวมถึงที่อยู่ห้อง
- ระยะเวลาเช่า ห้องเช่าส่วนใหญ่มักทำสัญญาแบบ 1 ปี
- จำนวนค่าเช่า วันที่ชำระ และค่าปรับกรณีชำระล่าช้า
- เงื่อนไขการย้ายออกก่อนกำหนดและระยะเวลาแจ้งล่วงหน้า
- รายการเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ที่ให้ใช้ในห้อง
หากสัญญากำหนดเวลาเช่าเกิน 3 ปี ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นฟ้องบังคับได้เพียง 3 ปีแรก แต่ห้องเช่าทั่วไปมักทำสัญญาสั้นกว่านั้นจึงไม่ค่อยเกี่ยวข้อง

เงินประกัน คืนเมื่อไรและหักได้เมื่อไร
ตามประกาศ สคบ. พ.ศ. 2568 สำหรับผู้ให้เช่าที่เข้าข่าย เมื่อย้ายออกและห้องไม่เสียหาย ต้องคืนเงินประกันภายใน 7 วัน หากมีความเสียหายจากการใช้งานจริงของผู้เช่า หักได้เฉพาะส่วนความเสียหายนั้นและต้องคืนส่วนที่เหลือภายใน 14 วัน ส่วนความเสื่อมสภาพตามการใช้งานปกติหักไม่ได้ ควรให้สัญญาระบุเงื่อนไขนี้ไว้ชัดเจน
ค่าน้ำค่าไฟและหลักฐานมิเตอร์
ผู้ให้เช่าที่เข้าข่ายประกาศต้องเรียกเก็บค่าน้ำและค่าไฟไม่เกินอัตราที่การไฟฟ้าและการประปาเรียกเก็บจากผู้ให้เช่า ห้ามบวกกำไรส่วนต่าง และต้องระบุวิธีคำนวณไว้ในสัญญา อัตราต่อหน่วยอาจเปลี่ยนตามมาตรการของรัฐ จึงควรขอให้ผู้ให้เช่าแสดงบิลหรืออัตราที่ใช้คำนวณ และขอดูเลขมิเตอร์ก่อนเข้าอยู่
ค่าส่วนกลาง ค่าที่จอดรถ และข้อห้ามในสัญญา
- ค่าส่วนกลางและค่าที่จอดรถควรระบุไว้ชัดเจนในสัญญา ไม่เรียกซ้ำซ้อน
- ตรวจข้อห้าม เช่น การเลี้ยงสัตว์ การให้ผู้อื่นมาพักอาศัยเพิ่ม และการตกแต่งหรือเจาะผนัง
- ถามว่าใครรับผิดชอบการซ่อมอุปกรณ์ที่เสียจากการใช้งานปกติ
ตรวจก่อนเซ็น
- อ่านครบทุกข้อและไม่มีช่องว่างที่ให้เติมข้อความภายหลัง
- เงื่อนไขเงินประกันและวิธีคิดค่าน้ำค่าไฟระบุไว้ชัดเจน
- ได้สำเนาสัญญาที่ลงนามครบทุกฝ่าย
- กฎเกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลง หากสงสัยให้ปรึกษา สคบ. สายด่วน 1166 ก่อนเซ็น

เปรียบเทียบประเภทที่พักให้เลือกถูกตัว
ที่พักให้เช่าแต่ละประเภทมีข้อดีและกฎเกณฑ์ที่ต่างกัน ตารางนี้ช่วยให้เทียบภาพรวมได้ก่อนลงลึก ข้อมูลในตารางเป็นแนวโน้มทั่วไป ราคาและเงื่อนไขจริงขึ้นอยู่กับทำเลและผู้ให้เช่าแต่ละราย
| หัวข้อเปรียบเทียบ | อพาร์ตเมนต์ | คอนโดให้เช่า | หอพัก |
|---|---|---|---|
| ระดับค่าเช่าโดยทั่วไป | ปานกลาง | ปานกลางถึงสูงกว่า | มักต่ำกว่า |
| เงินประกันและค่าล่วงหน้า | ตามสัญญา หากเข้าข่ายประกาศ สคบ. รวมกันไม่เกิน 3 เดือนของค่าเช่า | มักเจรจาได้มากกว่า ควรอ่านสัญญาให้ละเอียด | ตรวจเงื่อนไขเป็นรายแห่ง |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นฐาน เช่น ที่จอดรถและลิฟต์ในบางอาคาร | มักมีส่วนกลางมากกว่า เช่น สระว่ายน้ำและฟิตเนส | พื้นฐาน บางแห่งมีกฎเวลาเข้าออก |
| ความยืดหยุ่นของสัญญา | ขึ้นกับผู้ให้เช่า มักเป็นสัญญาปีต่อปี | ขึ้นกับเจ้าของห้อง | ขึ้นกับหอพักแต่ละแห่ง |
| อยู่ในประกาศ สคบ. พ.ศ. 2568 หรือไม่ | ใช้กับผู้ให้เช่าที่มีห้องให้เช่าตั้งแต่ 3 หน่วยขึ้นไป | ใช้ตามเกณฑ์จำนวนห้องเช่นกัน เจ้าของห้องเดี่ยวอาจไม่เข้าข่าย ควรถามและตรวจสัญญา | ไม่อยู่ในประกาศนี้ มีกฎหมายควบคุมต่างหาก |
| เหมาะกับใคร | คนทำงานและนักศึกษาที่ต้องการห้องส่วนตัวในราคากลาง | คนที่ต้องการส่วนกลางและทำเลใกล้ระบบขนส่ง | ผู้ที่ต้องการค่าใช้จ่ายต่ำและยอมรับกฎของหอพัก |
สรุปว่าใครควรเลือกแบบไหน
ถ้าต้องการสมดุลระหว่างราคาและความเป็นส่วนตัว อพาร์ตเมนต์มักตอบโจทย์ ถ้าให้ความสำคัญกับสิ่งอำนวยความสะดวกและทำเลใกล้รถไฟฟ้า คอนโดให้เช่าเป็นตัวเลือก และถ้างบจำกัดมาก หอพักอาจเหมาะ แต่ต้องอ่านกฎของหอพักก่อน ไม่ว่าเลือกแบบไหน ควรถามผู้ให้เช่าให้ชัดว่าเข้าข่ายประกาศ สคบ. หรือไม่
ตรวจสภาพห้องและเก็บหลักฐานตอนย้ายเข้า
วันย้ายเข้าคือวันที่สำคัญที่สุดสำหรับการขอเงินประกันคืนในอนาคต ภาพถ่ายวันรับห้อง รายการทรัพย์สิน และใบส่งมอบกุญแจเป็นหลักฐานที่ใช้อธิบายได้ว่าห้องเป็นอย่างไรก่อนเข้าอยู่

ขั้นตอนตรวจรับห้อง
- เดินตรวจห้องพร้อมเจ้าของห้องหรือตัวแทน และจดรายการเฟอร์นิเจอร์กับอุปกรณ์ไฟฟ้า
- ถ่ายภาพและวิดีโอทุกมุมห้อง โดยเฉพาะรอยขีดข่วน รอยแตก และคราบเดิม ให้เห็นวันที่ในไฟล์
- ส่งภาพให้ผู้ให้เช่าทางข้อความหรืออีเมลเพื่อให้อีกฝ่ายมีสำเนาด้วย
- จดเลขมิเตอร์น้ำและมิเตอร์ไฟวันแรก และถ่ายภาพเลขบนมิเตอร์
- ขอใบส่งมอบกุญแจและทดสอบว่ากุญแจใช้ได้ทุกดอก
เก็บเอกสารตลอดช่วงเช่า
เก็บสัญญาฉบับที่ลงนามแล้ว ใบเสร็จค่าเช่าและค่าใช้จ่ายทุกเดือน และข้อความที่คุยกับผู้ให้เช่า ควรเก็บภาพถ่ายความชำรุดที่เกิดระหว่างอยู่ไว้ด้วย ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้การเจรจาและการร้องเรียนจบได้เร็วขึ้น
ตรวจก่อนจบวันย้ายเข้า
- มีรายการตรวจรับห้องที่ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกัน
- มีภาพและเลขมิเตอร์วันแรกเก็บไว้ในที่ปลอดภัย
- มีสำเนาสัญญาและใบเสร็จเงินประกัน
ข้อควรระวังและสัญญาณเตือนที่ควรหลีกเลี่ยง
ปัญหาส่วนใหญ่เริ่มจากการรีบตัดสินใจ หากเจอสัญญาณต่อไปนี้ให้หยุดและตรวจสอบก่อน

สัญญาณเตือน
- ให้โอนเงินก่อนได้ดูห้องหรือก่อนเซ็นสัญญา
- ค่าเช่าถูกผิดปกติเมื่อเทียบกับห้องในย่านเดียวกัน
- ไม่ยอมออกใบเสร็จหรือไม่ยอมทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร
- ผู้ให้เช่าไม่ตอบคำถามเรื่องค่าใช้จ่ายหรือบ่ายเบี่ยงเรื่องวิธีคิดค่าน้ำค่าไฟ
- เรียกเก็บค่าน้ำค่าไฟสูงกว่าอัตราที่ผู้ให้เช่าเองถูกเรียกเก็บ ซึ่งผู้ให้เช่าที่เข้าข่ายประกาศ สคบ. ห้ามทำ
เมื่อพบปัญหา ร้องเรียนได้ที่ไหน
หากพบสัญญาที่ไม่เป็นธรรม หรือถูกเรียกเก็บค่าน้ำค่าไฟเกินจริง ขอคำปรึกษาได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 หรือร้องเรียนผ่านแอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ ocpb.go.th และศูนย์ดำรงธรรมประจำจังหวัด ควรเตรียมสัญญา ใบเสร็จ หลักฐานการชำระเงิน และภาพถ่ายความชำรุดไปด้วย
ตรวจสอบสิทธิของผู้เช่าและช่องทางร้องเรียนล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ทางการของ สคบ. ก่อนเซ็นสัญญาเช่า
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเช่าอพาร์ตเมนต์
เงินมัดจำกี่เดือนถึงจะเหมาะสม
ที่พบบ่อยคือมัดจำ 2 เดือนและจ่ายค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือน สำหรับผู้ให้เช่าที่เข้าข่ายประกาศ สคบ. พ.ศ. 2568 เงินประกันรวมกับค่าเช่าล่วงหน้าต้องไม่เกิน 3 เดือนของค่าเช่า ควรให้สัญญาระบุเงื่อนไขการคืนเงินไว้ชัดเจน
ย้ายออกก่อนครบสัญญาจะเสียอะไรบ้าง
ขึ้นกับข้อสัญญาแต่ละฉบับ ให้ดูข้อเงื่อนไขย้ายออกก่อนกำหนด ค่าปรับ และระยะเวลาแจ้งล่วงหน้า ควรถามและขอให้ระบุเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเซ็น เพราะการตกลงด้วยวาจาพิสูจน์ได้ยาก

ผู้เช่าต่างชาติเช่าได้หรือไม่ ต้องเตรียมอะไร
ผู้เช่าต่างชาติเช่าที่พักได้ตามเงื่อนไขที่ผู้ให้เช่าแต่ละรายกำหนด โดยทั่วไปต้องเตรียมหนังสือเดินทาง และควรถามเจ้าของห้องว่าจะแจ้งที่พักต่อตรวจคนเข้าเมืองภายใน 24 ชั่วโมงหรือไม่ เพราะหน้าที่นี้เป็นของเจ้าของที่พัก
ถ้าเจ้าของห้องไม่คืนเงินมัดจำควรทำอย่างไร
เริ่มจากส่งข้อความหรือหนังสือทวงถามที่อ้างอิงข้อสัญญา วันส่งมอบห้อง และภาพถ่ายหลักฐาน หากไม่ได้รับคำตอบ ให้ปรึกษา สคบ. สายด่วน 1166 หรือร้องเรียนผ่าน OCPB Connect สำหรับผู้ให้เช่าที่เข้าข่ายประกาศ กำหนดคืนเงินประกันกรณีห้องไม่เสียหายคือภายใน 7 วัน
ควรใช้นายหน้าหรือติดต่อเจ้าของโดยตรง
ทั้งสองวิธีทำได้ ไม่ว่าเลือกแบบไหนให้ถามว่าใครเป็นผู้ลงนามในสัญญา ตรวจว่ามีค่านายหน้าหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มหรือไม่ และอย่าโอนเงินก่อนได้ดูห้องและได้ใบรับเงินที่ชัดเจน
สรุป
การเช่าอพาร์ตเมนต์ให้ราบรื่นเริ่มจากการตั้งงบรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด เลือกทำเลตามชีวิตจริง เตรียมเอกสาร ค้นหาจากหลายช่องทาง ตรวจห้องด้วยตัวเอง และอ่านสัญญาให้ครบก่อนเซ็น หลังเซ็นแล้วอย่าลืมตรวจรับห้อง ถ่ายภาพ จดเลขมิเตอร์ และเก็บสำเนาสัญญากับใบเสร็จไว้ตลอดช่วงเช่า การเตรียมตัวตามเช็กลิสต์นี้ช่วยลดปัญหาหลังเข้าอยู่ได้มาก หากพบเรื่องที่ไม่แน่ใจ ให้ปรึกษา สคบ. สายด่วน 1166 ก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิง
- ประชาชาติธุรกิจ: อัปเดตกฎหมายและสิทธิที่ควรรู้ก่อนทำสัญญาเช่าอสังหาฯ
- มิติหุ้น: สาระสำคัญของสัญญาเช่าที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2568
- Thai PBS Verify: ขอบเขตและกฎสำคัญของการควบคุมสัญญาเช่า
- Legardy: เงินประกันและการหักค่าเสื่อมสภาพ
- ไทยรัฐ: แนวทางสัญญาเช่าที่อยู่อาศัยและช่องทางร้องเรียน
- แนวหน้า: หน้าที่แจ้งที่พักของคนต่างด้าวภายใน 24 ชั่วโมง
- มติชน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538
- กรมประชาสัมพันธ์: การควบคุมค่าน้ำค่าไฟของธุรกิจให้เช่าที่อยู่อาศัย
ต้องการเปรียบเทียบและคู่มือการซื้อเพิ่มเติมไหม